โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

                หลาย ๆ คนคงจะเป็นกันบ่อย ๆ กับอาการเหน็บชา แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันอันตรายกว่าที่คุณคิด อย่าคิดว่ามันไม่เป็นอันตรายนะคะ ทาง raksukapab.com จึงจะพาไปรู้จักให้มากขึ้นกับ โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อรู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นหนัก

โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

อาการที่พบ  อ่อนแรงและชาที่แขนและขา ปลายมือ ปลายเท้า บวมแดง เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว มีอาการเหน็บชาตามมือและเท้า

ลักษณะของโรคเหน็บชา หลายแบบขึ้นกับอายุและอวัยวะ คือ โรคเหน็บชาในเด็ก (infantile beriberi) และโรคเหน็บชาในผู้ใหญ่ (adult beribei)

โรคเหน็บชาในเด็ก พบบ่อยในทารกอายุ 2-3 เดือน มักพบในทารกที่ดื่มน้ำนมแม่ และแม่กินอาหารที่ขาดวิตามินบี 1 ทารกมักมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน เช่น หน้าเขียว หอบเหนื่อย ตัวบวม หัวใจเต้นเร็ว หัวใจโต ร้องเสียงแหบหรือไม่มีเสียง อาจตายภายใน 2-3 ชั่วโมง

โรคเหน็บชาในผู้ใหญ่ อาการในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ แบ่งได้เป็น 3 แบบ

  • Dry (paralytic or nervous) beriberi มักมีอาการชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้อของแขนและขาอ่อนแรง
  • Wet (cardiac) beriberi นอกจากชาปลายมือปลายเท้าแล้ว ผู้ป่วยมักจะบวมมีน้ำคั่งในช่องท้องและช่องปอด บางรายอาจจะมีอาการหอบเหนื่อย หัวใจโต และเต้นเร็ว หัวใจวาย ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้
  • Wernicke-Korsokoff (cerebral) syndrome พบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง มีอาการทางสมอง 3 อาการ คือ เดินเซ การเคลื่อนไหวของลูกตาทำได้น้อยหรือไม่ได้เลย และมีอาการทางจิตเวช
โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

สาเหตุของโรคเหน็บชา

  • เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินไม่เพียงพอ เช่น ข้าวที่ผ่านการขัดสี
  • รับประทานอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 ได้แก่ ปลาน้ำจืด หอยลาย ปลาร้า ใบชา ใบเมี่ยง หมากพลู
  • ภาวะที่มีการเผาผลาญของร่างกายเพิ่มขึ้น ได้แก่ เด็กในวัยเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่ทำงานหนักมาก ผู้ที่มีภาวะเครียด ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานหนัก ผู้ที่มีการติดเชื้อและมีไข้ ท้องร่วงเรื้อรัง หรือได้รับการผ่าตัดกระเพาะและลำไส้ ผู้ที่ติดเหล้า ผู้ที่ใช้ไตเทียม

วิตามินที่ไม่ควรขาด

                วิตามินบี 1 ประกอบด้วยสาระสำคัญ ไทอะมีน ส่วนสำคัญในการส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการนำกระแสประสาท ช่วยเพิ่มการเผาผลาญสารอาหารโดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต  ช่วยบำรุงผิว เส้นผม และสมอง ป้องกันโรคเหน็บชา หากขาดจะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

พบใน เนื้อหมู เมล็ดทานตะวัน ข้าวซ้อมมือ ซึ่งจะพบมากที่เปลือกและจมูกของข้าว หากเป็นข้าวขัดสีจะพบปริมาณวิตามิน บี 1 น้อยกว่าข้าวซ้อมมือถึง 10 เท่า ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 1.5 มิลลิกรัม

                วิตามินบี 1 (Thiamine) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารก่อนที่จะดูดซึมผ่านผนังลำไส้ ร่างกายสะสมวิตามินบี 1 ไว้ได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งวิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จำเป็นในการสร้างพลังงาน

                การหุงต้มธรรมดา จะไม่ทำลายวิตามินบี 1 ในอาหาร แต่หากเคี้ยวหรือใช้ความร้อนนานๆ รวมทั้งการแช่น้ำนานๆ จะมีการสูญเสียวิตามินบี 1 ไป

การป้องกันโรค

                ป้องกันในกลุ่มเสี่ยงควรรับประทานวิตามินบีเสริม กินอาหารที่มีวิตามินบี 1เป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกาย  หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวก ปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ แหนมดิบ เมี่ยง ของหมักดองอื่นๆ  ต้มหรือเคี้ยวอาหารเป็นระยะเวลานาน ดื่มเครื่องดื่อมที่มีแอลกอฮอล์ ติดต่อกัน เฝ้าระวังและประเมินภาวการณ์ขาดวิตามินบีในกลุ่มเสี่ยงเป็นประจำ หากพบผู้ป่วยที่มีอาการป่วยคล้ายโรคเหน็บชาเป็นกลุ่มก้อนให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไปพบแพทย์เมื่อมีอาการเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง ชา ไม่มีแรง และ/หรือ ตัวบวม หอบเหนื่อย ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และมีอาการขาดวิตามิน ต้องรีบพาไปพบแพทย์

โรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

การเลือกกิน

                รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และหลากหลาย ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ข้าวซ้อมมือหรือข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองและถั่วเมล็ดแห้ง รวมทั้งผักใบเขียว สดใหม่

                หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีตัวทำลายวิตามินบี 1 ได้แก่ จำพวกปลาดิบ ปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ แหนมดิบ เมี่ยง ของหมักดองอื่นๆ หากต้องการรับประทานควรปรุงด้วยความร้อนจนสุก

                และนี่ก็เป็นโรคเหน็บชา ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเนื้อหาที่เรากล่าวมานั้นจะช่วยป้องกันให้คุณไม่เป็นโรคเหน็บชาได้ แล้วยังช่วยให้คุณได้ทราบถึงการเลือกรับประทานอาหารอีกด้วย หวังว่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ

ตามมาดูข้อควรรู้เกี่ยวกับ อิฐมวลเบา

หลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่ออิฐมวลเบา แต่ก็ยังคงมีคนสงสัยว่าอิฐมวลเบานี้ทำมาจากอะไร มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร หลายคนก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกมาใช้ในการสร้างบ้านหรือไม่ เราจะมาบอก ข้อควรรู้เกี่ยวกับ อิฐมวลเบา เผื่อจะได้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตัดสินใจ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ อิฐมวลเบา
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ อิฐมวลเบา